ท้าวัดใจ...ไปไต่เขาช้างเผือก
แสงสุดท้ายของวันฉ่ำฝน.
สิ่ง ที่นักผจญภัยคาดหวังเมื่อแบกเป้ขึ้นหลังก้าวพ้นประตูบ้าน คือการพากายและใจของตนไปให้ถึงจุดหมาย และเอาชนะความท้าทายได้สำเร็จ ณ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักเดินทางผู้นิยมธรรมชาติต่างมาเยี่ยมเยือนไม่ขาด สายไม่ว่าจะฤดูกาลใด เพราะด้วยแรงดึงดูดของวิวสูงมองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ และทิวเขาสลับซับซ้อนสุดสายตา รวมทั้ง "บ้านทาร์ซาน" บนต้นไม้สูง ที่พร้อมเสิร์ฟความเสียวถึงระเบียงบ้านพัก
*************************เขาช้างเผือกจุดหมายปลายฝัน.
แต่ ทั้งหมดที่กล่าวมายังไม่เท่ากับภูเขาลูกโต ซึ่งตั้งตระหง่านประจันหน้าอยู่ข้างที่ทำการอุทยานฯ ที่ชื่อ เขาช้างเผือก ยอดเขาที่มีเมฆหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมตลอดเวลา กลายเป็นความเย้ายวนชวนค้นหาให้อยากพิสูจน์ว่า "บนนั้นมันมีอะไรหว่า" และสิ่งที่เป็นเสมือนคำท้าให้ไปทดสอบแรงกายแรงใจว่าแน่แค่ไหน คงเป็นจุดเสียววัดใจไฮไลต์ของเส้นทางที่เรียกว่า สันคมมีด จุดนี้มีคนที่ตะเกียกตะกายไปจนเกือบถึง แต่กลับขอยอมแพ้เอาดื้อๆ เมื่อมองแหงนคอตั้งบ่าดูความสูงแล้วยอมถอดใจ
*************************ท้าทายความกล้าบนสันคมมีด.
เขา ช้างเผือก เป็นภูเขาหินสูงชัน มีจุดสูงสุดอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,249 เมตร บริเวณรอบๆเชิงเขาเป็นป่าเบญจพรรณสลับทุ่งหญ้า ส่วนบนสันเขาเป็นทุ่งโล่งระเกะระกะไปด้วยกองหินน้อยใหญ่ การเดินทางขึ้นเขาช้างเผือก ต้องตื่นแต่เช้าแล้วไปเริ่มต้นที่ บ้านอีต่อง หมู่บ้านเล็กๆแห่งเหมืองปิล็อก ที่นี่เป็นจุดรวมพลให้นักเดินทาง เจ้าหน้าที่อุทยานฯ และลูกหาบ ตระเตรียมอาหารและน้ำดื่มไปเป็นเสบียง เพราะบนโน้นไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆให้พึ่งพิง เมื่อแพ็กของขึ้นหลังพร้อมก็ได้เวลาเดินเชิดหน้าสู้แรงโน้มถ่วงของโลก มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรกคือลานตั้งแคมป์ ระยะทางไม่ไกลแค่อึดใจมด ราว 8 กม.เท่านั้น โห...
เส้นทางในช่วงแรกยังพอมีต้นไม้ให้ได้หลบแดดบังฝน ด้วยสภาพอากาศในช่วงนี้ที่ยังเอาแน่นอนไม่ได้ แต่ขอบอกรองเท้าราคาแพงกับเป้ยี่ห้อดังของใครหลายคน ต้องแพ้ราบคาบให้กับอีแตะหูหนีบบ้านๆกับเป้กระสอบปุ๋ยของคณะลูกหาบ พวกเขาพากันเดินตัวปลิวเหมือนไม่มีอะไรอยู่บนบ่า หลังออกเดินไปได้ราวครึ่งทาง เราแวะพักกินมื้อกลางวันแบบง่ายๆใต้ร่มไม้ ท่ามกลางสายฝนเย็นฉ่ำโปรยลงมาไม่ขาดระยะ พอท้องอิ่มไม่ทันรอข้าวเรียงเม็ดก็ต้องเดินทางต่อ เส้นทางช่วงหลังเป็นดินลูกรังสีเข้มทอดยาวไปบนผืนหญ้าเขียวขจี ไต่ลัดเลาะไปตามเนินสูงๆต่ำๆสลับกัน ดูคล้ายพรมแดงปูลาดไปสู่สรวงสวรรค์ แต่ที่ไหนได้ เดินไปเดินมาเหนื่อยเหมือนตกนรก เพราะหมอกขาวโพลนที่ปกคลุมสันเขาเป็นระยะ คือภาพลวงตาว่าหลังเนินข้างหน้าก็ถึงแล้ว
**************************แคมป์ท้าลมบนเขาช้างเผือก.
ลาก สังขารมาได้จนถึงลานกางเต็นท์ ที่มีความกว้างรองรับได้ไม่เกิน 50 คน เป็นแคมป์ท้าลมบนสันเขา หลังแสงสุดท้ายของวันผ่านพ้น อากาศเย็นยะเยือกเคลื่อนตัวเข้าแทนที่ กองไฟของมื้อค่ำอันอบอุ่นถูกจุดขึ้นลุกโพลง เมื่อท้องอิ่มร่างกายก็เรียกร้องให้รีบผลุบเข้าซุก ในถุงนอนอุ่นเพื่อชาร์จพลังไว้วันพรุ่งนี้ เสียงลมพัดซัดเม็ดฝนมากระทบเต็นท์เป็นระลอก จนต้องตั้งจิตอธิษฐานต่อเจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้วันรุ่งฝนฟ้าอากาศเป็นใจในการไต่พิชิตยอดเขาด้วยเทอญ...สาธุ
***********รางวัลของผู้พิชิต.**************บ้านทาร์ซาน ตำนานความเสียว.
คำ อธิษฐานเป็นผล เช้าวันใหม่ไม่มีสักเม็ดฝนโปรยลงมา หลังจิบกาแฟหอมกรุ่นพอให้ได้พลังงานตุนไว้ก็ได้เวลาเคลื่อนทัพแบกธงไปปักบน ยอดเขา เส้นทาง 2 กม.สุดท้ายก่อนถึงจุดหมาย คือสิ่งท้าทายพลังกายพลังใจของจริง ช่วงแรกเริ่มวอร์มแข้งขาเบาๆ ด้วยเนินธรรมดา ต่อช่วงสองเป็นการเรียกน้ำย่อยแบบโฟร์วีล สองมือสองเท้าค่อยๆคืบคลานไปตามสันเขาสูงชัน ซ้ายก็หุบขวาก็เหว แต่ยังถือเป็นด่านแรกของการวัดใจ ถึงช่วงนี้บางคนขอถอนตัว บางคนยังขอสู้ต่อแบบกล้าๆกลัวๆ มีพักหอบแฮกๆเป็นระยะๆ แต่พอถึงช่วงสุดท้าย ภาพแท่งหินตั้งตระหง่านสูงชันตรงหน้านามว่า "สันคมมีด" กลายเป็นปราการด่านสำคัญในการบั่นทอนสภาพจิตใจ หลายคนเมื่อเห็นสันคมมีดของจริง ความบากบั่นตั้งใจจะไปให้ถึงจุดหมายกลับถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ได้ยินเสียงใครบางคนบอกแผ่วเบา "ขอ เอาชีวิตรอดกลับไปดีกว่า"...บรื๋อ!!!
**จุดชมวิว อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ.*********เส้นทางสูงชันที่ต้องฟันฝ่า.
แต่ สำหรับคนใจถึง มาถึงตรงนี้จะยอมแพ้ง่ายๆได้ไง สองมือยึดชะง่อนหินไว้ให้มั่น สองขาออกแรงถีบตัวไต่ระดับความสูงแบบกระดึ๊บๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ลมแรงพัดมาปะทะใบหน้าจนชาหนึบ คำแนะนำข้อเดียวตอนนี้คือ ชีวิตอยู่ในอุ้งมือคุณแล้ว จงเกาะไว้ให้มั่นและอย่าถอดใจหรือหวั่นไหวใดๆ ขอให้มองไปข้างหน้าเพราะคุณกำลังอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้าง หลายคนใจกล้าขาสั่น กลัวจนอะดรีนาลินหลั่งถึงขีดสุด
จากนั้นจะ ค่อยๆผ่อนคลายลงจนเหลือเพียงหัวใจพองโต เมื่อไต่ผ่านสันคมมีดขึ้นมาได้ มองไปเบื้องหน้าคือทางเดินลอยฟ้าบนสันเขา คล้ายถนนไปสู่ก้อนเมฆ หลังผ่านเนินชันสุดท้ายจะขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือก จุดหมาย ปลายฝันที่นักเดินทางถวิลหา ทันทีที่ด้ามธงแห่งความสำเร็จถูกปักลง ณ จุดสูงสุด เมฆหมอกอึมครึมที่ปกคลุมอยู่ตลอดยามเช้า ค่อยๆเคลื่อนคล้อยสลายไป เผยให้เห็นทิวทัศน์ 360 องศาเต็มตา ถือเป็นรางวัลจากธรรมชาติที่เหล่านักผจญภัยขอน้อมรับไว้ด้วยความภาคภูมิใจ
******************************เห็ดสีสวยระหว่างทาง.
อยาก ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตยอดเขาช้างเผือก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อมรับความท้าทายได้ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โทร.08-1382-0359 หรือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญ-จนบุรี โทร.0-3451-1200, 0-3451-2500 ถ้าคุณคิดว่าแน่ ต้องลองไปพิสูจน์ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่า...ความสุขบนความเสียวนั้นมีจริง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น