วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

"ดาร์ ตอร์ปิโด"ในมุมมองของนานาอารยประเทศ....

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

"ดาร์ ตอร์ปิโด"ในมุมมองของนานาอารยประเทศ....


There She Was: Daranee Charnchoengsilpakul on The New York Times
ในหน้า A5 ของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2552 มีภาพขาวดำขนาดประมาณ 1x1 นิ้ว ของหญิงคนหนึ่ง เธอกำลังยิ้ม ตั้งท่าราวกับหญิงงามในภาพวาดอันโด่งดังของ เลโอนาร์โด ดา วินชี --โมนา ลิซ่า

แต่สิ่งที่ออกจะต่างกันอยู่สักหน่อยคือ เธอผู้นี้เพิ่งถูกตัดสินจำคุกถึง 18 ปีในข้อหา ดูหมิ่นกษัตริย์!

ใช่แล้ว เธอคือ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ดา ตอร์ปิโด”

“ประเทศไทย: หมิ่นกษัตริย์ -- ถูกจำคุก 18 ปี” คือพาดหัวข่าวของรายงานข่าว ยาวสองย่อหน้าของ The New York Times ชิ้นนี้ ซึ่งเขียนโดยโทมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทย

(สามารถอ่านข่าวเวอร์ชั่นออนไลน์ได้ที่ http://www.nytimes.com/2009/08/29/world/asia/29thai.html?_r=4)

“นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกตัดสินจำคุก 18 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในข้อหาทำลาย “ชื่อเสียงและเกียรติยศ” ของกษัตริย์และราชินีไทย ซึ่งคดีนี้เป็นหนึ่งในอีกหลายคดีที่เกี่ยวกับการดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ ผู้พิพากษาทั้งสามคนกล่าวว่า ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ผู้ซึ่งเป็นอดีตนักข่าว ได้กล่าวพาดพิงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ . . . [ผู้เขียนเซ็นเซอร์คำออกหนึ่งคำ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ] . . . รัฐประหารเพื่อล้มอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดารณีกล่าวว่า เธอจะยื่นอุทธรณ์

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เข้มงวดมาเป็นเวลา ยาวนาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีวิกฤติทางการเมืองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผนวกกับความกังวลถึงพระพลานามัยของกษัตริย์ผู้ทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา กฎหมายนี้ก็ถูกนำมาบังคับใช้บ่อยจนเป็นเรื่องปกติ”

เมื่อได้อ่านข่าวนี้แล้ว คุณผู้อ่านที่รักเห็นว่าอย่างไรบ้าง

เพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหญิงชาวอเมริกันผิวขาว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าของสหรัฐฯ กล่าวว่า ข่าวของดาทำให้เธอนึกถึงประเทศเกาหลีเหนือ

“มันตลกมาก . . . ฉันหมายความว่า มันทำให้ฉันขนลุก ในยุคนี้ เธอไม่น่าต้องเข้าคุกถึง 18 ปีเพราะการดูหมิ่นกษัตริย์”

“ล้าหลัง . . .”

“มันไร้สาระจริงๆ . . .”

“ยุคมืด . . . มันบั่นทอนประชาธิปไตย”

เธอขอที่จะไม่เปิดเผยชื่อ (เพื่อที่เธอจะได้มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดในประเทศไทยได้อย่างไม่มีปัญหา)

คนต่อมา: เพื่อนร่วมงานหญิงชาวนิวซีแลนด์

“มันเป็นการทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องน่าขัน และมันก็ได้ทำให้ประเทศไทยดูแย่มากๆ ในตอนนี้ ถ้า [มีกฎหมายอย่างนี้] ในประเทศอังกฤษ คนกว่าครึ่งประเทศคงต้องเข้าคุกไปแล้วกระมัง ฉันสงสัยว่า การมีกฎหมายแบบนี้ ราวกับว่าพวกเขา . . . [ผู้เขียนเซ็นเซอร์คำพูดของเธอออกไปสามคำ] . . .. เบื้องหลัง ถ้าพวกเขาเป็นกษัตริย์ที่ดีและเป็นบุคคลที่น่าเคารพยกย่อง ก็ไม่สำคัญเลยว่าใครจะพูดอะไร
มันเหมือนกับว่า . . . [ผู้เขียนเซ็นเซอร์คำไปสี่คำ] . . . ซ่อนอยู่”

เพื่อนร่วมงานชาวเม็กซิกันอีกคนหนึ่งกล่าวว่า
“ฉันคิดว่า มันเป็นเรื่องน่าอดสู จากมุมมองของตะวันตก มันเป็นความอัปยศอดสูของคนไทยที่ไม่สามารถพูด ... [ผู้เขียนเซ็นเซอร์คำหนึ่งคำ] ... ที่ได้รับรู้มาได้ และทำให้คำพูดเหล่านั้นเป็นที่รับรู้มากขึ้น พวกเขาจะทำลายตัวเองเพราะแบบนี้ การทำเช่นนี้ทำให้คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นมีพลังยิ่งขึ้น มันกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการควบคุมทางสังคมไปแล้ว”

แต่ถ้าในที่สุดแล้ว ดาเลือกที่จะขอพระราชทานอภัยโทษ ดาก็ได้รับโทษจำคุกไปถึงหนึ่งปีแล้วใช่หรือไม่

เราต้องพิจารณาว่า กรณีของดายังคงทำให้อีกหลายๆ คนคิดว่า กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และความเท่าเทียมภายใต้กฎหมายของระบอบ “ประชาธิปไตย” และมีผลเสียต่อความสามารถในการแสดงความคิดเห็น คิด พูด และเขียนของคนไทยมากน้อยแค่ไหน

หากถามต่อว่า กฎหมายหมิ่นบรมเดชานุภาพมีผลกระทบต่อสมองส่วนไหนของคนไทย นั่นก็คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเป็นผู้ตอบ แต่ถ้าถามคนไทยผู้มีใจรักเสรีภาพ รักการแสดงความคิดเห็นและความเท่าเทียมแล้วล่ะก็ พวกเขาคงต้องตอบว่า มัน “ทำร้าย” จิตวิญญาณของพวกเขาอย่างมาก

แม้ว่าบางสิ่งที่ดาพูดอาจจะหยาบคาย และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากแต่อนาคตจะเป็นเช่นไร ถ้าคนในสังคมถูกปิดปากและกดขี่ด้วยกฎหมายเช่นนี้

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ยิ่งทำให้ความกลัวฝังรากลึกลงในสังคมไทย และยิ่งทำให้สถาบันกษัตริย์ถูกเชิดชูยกย่องอย่างไม่ลืมหูลืมตา ซึ่งประชาชนไทยควรถามตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่เขาสามารถหรือควรที่จะภูมิใจหรือไม่

ใครจะสามารถภูมิใจที่ประเทศเรามีกฎหมายอย่างนี้ได้ กฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงเช่นนี้ ทำให้ประชาธิปไตยของไทยก้าวหน้าได้หรือ และกฎหมายนี้ได้ส่งผลเสียต่อการคิดวิเคราะห์ของคุณใช่หรือไม่

http://thethairedshirt.blogspot.com/2011/04/blog-post_533.html

 

สงครามไซเบอร์ระหว่างรัฐกับประชาชน (ฉบับพิสดาร)

สงครามไซเบอร์ระหว่างรัฐกับประชาชน (ฉบับพิสดาร)



โดย ปาแด งา มูกอ
7 เมษายน 2554

วันนี้ผมถือโอกาสมอบตำราพิชัยสงครามตอนพิชิตศึกอินเตอร์เนท (ภาคพิสดาร) ให้กับกลุ่มมวลชน เพื่อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยใน facebook และพี่น้องร่วมชาติที่หวงแหนประชาธิปไตย ทุกท่านครับ อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ลองพิจารณาดูน่ะครับ

ก่อนที่เรา ทุกคนจะแยกย้ายกันปฏิบัติภารกิจเพื่อให้ถึงจุดเป้าหมายที่เราทุกคนหวังไว้ คือ 1.โค่นอำมาตย์ 2.เอาประชาธิไตยของพวกกูคืนมา.

“อัน สงครามไซเบอร์นั้น คือการใช่เล่ห์เพทุบาย ฉะนั้น รบได้ให้แสดงรบไม่ได้ จะรุกให้แสดงไม่รุก ใกล้ให้แสดงไกล ไกลให้แสดงใกล้ ให้ล่อด้วยประโยชน์ ให้ชิงเมื่อระส่ำระสาย ข้าศึกแน่นให้เตรียมรับ ข้าศึกแข็งให้หลีกเลี่ยง ข้าศึกโกรธง่ายให้ก่อกวน ข้าศึกยโสให้เหิมเกริม ข้าศึกสบายให้เหนื่อยล้า ข้าศึกกลมเกลียวให้แยกสลาย ให้จู่โจมเมื่อไม่ระวังตัว ให้รุกรบเมื่อไม่คาดคิด นี้คืออัจฉริยะของนักรบไซเบอร์ อันจักกำหนดล่วงหน้ามิได้”-“ซุนกู”


สงครามรูปแบบใหม่เริ่มขึ้นแล้ว


หลักการทำสงครามไซเบอร์ หรือสงครามทางอินเตอร์เนท คือ

-เราจะไม่แหงนคอตั้งบ่าบุกขึ้นไปตีข้าศึกที่ยึดที่มั่นบนภู

-เราจะไม่บุกตีข้าศึกที่หันหลังอิงเนินสี่เสาเทเวศร์

-เราจะไม่ไล่ตามตีข้าศึกที่ทำทีแสร้งแพ้ล่าถอยแบบเขายายเที่ยง

-เราจะไม่โจมตีกำลังที่เข้มแข็งของข้าศึก

-เราจะไม่ไปสนใจกองกำลังที่ข้าศึกส่งมาล่อ เข้ามาแฝง ไม่ว่าจะแดงเทียม แดงปลอม มะเขือเทศ หรือแตงโม

-การล้อมข้าศึกต้องเปิดช่องว่างไว้ ถ้าข้าศึกจนตรอก จงอย่ารุกบีบกระชั้นจนเกินไป เหมือนศึกรัฐสภาที่มีหมาจนตรอกปีนกำแพงหนี

เหล่านี้คือ หลักการสัประยุทธ์ทางอินเตอร์เนท

ดังนั้น การทำสงครามไซเบอร์หรือสงครามอินเตอร์เนท จะประสบชัยชนะได้ ก็ด้วยอาศัยเล่ห์กลอุบาย คือพิจารณาว่า มีความได้เปรียบหรือไม่ แล้วจึงค่อยปฏิบัติการ และปรับเปลี่ยนยุทธวิธีด้วยการกระจายหรือรวมกำลัง

ดังนั้น เวลาเดินทัพบนจอคอมพิวเตอร์จะต้องไปได้รวดเร็วดุจลมกรด หยุดทัพได้สงบนิ่งดุจไม้ในพงไพร รุกตีก้องฮือโหมดุจไฟลาม ตั้งรับได้มั่นคงดุจขุนเขา ซุ่มซ่อนได้ดุจเมฆดำคลุมฟ้า และบุกตะลุยศึกได้ฉับไวดุจสายฟ้าฟาด ต้องชั่งใจตรองดูผลได้ผลเสียให้ถ่องแท้ก่อน จึงค่อยปฏิบัติการ ผู้ใดเข้าใจการแปรทางอ้อมให้เป็นทางลัดก็จักชนะ

นี่คือหัวใจของการสัประยุทธ์ทางอินเตอร์เนท

ตำราพิชัยสงครามโบราณ กล่าวว่า “ด้วยว่าเมื่อรบกัน จะสั่งการด้วยวาจาคงไม่ได้ยิน จำต้องตีฆ้องกลอง แลจะใช้สัญญาณมือสั่งการ ก็คงไม่เห็น จำต้องโบกธงแทน ” มา ณ สมัยปัจจุบันจำเป็นต้องใช้อินเตอร์เนท แทนโบกธง จึงมีไว้เพื่อให้กองทัพประชาชนชาวอินเตอร์เนท ปฏิบัติการให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

เราต้องทำลายขวัญและกองทัพข้าศึก และสั่นคลอนการตัดสินใจของแม่ทัพฝ่ายข้าศึก กองทัพเมื่อแรกรบจะมีขวัญสู้รบเต็มเปี่ยม แต่พอผ่านไปสักช่วงหนึ่งขวัญสู้รบก็จะค่อย ๆ ลดหย่อนลงเรื่อย ๆ และสุดท้ายจะไม่มีขวัญสู้รบเหลืออยู่ ผู้ช่ำชองการสงครามไซเบอร์ จึงพึงหลีกเลี่ยงข้าศึกที่มีขวัญสู้รบดีเยี่ยม มี งบประมาณเหลือเฟือจากภาษือากรของทวยราษฏร์ มีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย มีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งดุจขุนเขาเหลียงซานที่ด้านหลังทวารเป็นรูกลวง ให้รอจนกว่าข้าศึกจะขวัญตก ฟัดกันเอง แย่งงบกันเอง แย่งตำแหน่งหน้าที่กันเอง จึงค่อยเข้าตี

นี่คือวิธีควบคุมขวัญทหารนักรบไซเบอร์

เราจะใช้นักรบไซเบอร์ประชาชนที่มีระเบียบวินัยดี ไปโจมตีข้าศึกที่แตกแถวสับสนอลหม่าน เหมือนเหตุการณ์สัประยุทธ์ที่สี่แยกคอกวัว เราจะใช้นักรบไซเบอร์ประชาชนที่ใจเย็นสุขุมโจมตีข้าศึกที่วู่วามบุ่มบ่าม ปัญญาควาย แบบผู้ครองรัฐเทพเทือก แม่ทัพตุ๊ดตู่ และมือตีนดีเอสไอ

นี่คือวิธีคุมจิตใจนักรบไซเบอร์ประชาชน

เราจะใช้สมรภูมิที่อยู่ใกล้ (ทั้งบ้านเราเอง สำนักงานของเรา ร้านเนททั่วไป แม้ในห้องน้ำ ) รับมือกับข้าศึกที่เดินทางมาไกล ทั้งจากอีสานเหนือใต้ รวมทั้งบูรพาพยัคฆ์ +วงศ์เทวัญ

และเราจะใช้นักรบไซเบอร์ประชาชนที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว รับมือกับข้าศึกที่เหนื่อยล้า ทั้งเราจะใช้นักรบไซเบอร์ประชาชนที่อิ่มท้อง ไปโจมตีข้าศึกที่หิวโหย ที่ไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการคอรัปชั่น ฉ้อราษฏรบังหลวง กินบ้านกินเมือง

นี่คือวิธีคุมกำลังรบของกองทัพไซเบอร์

เราจะไม่เข้าตีสกัดข้าศึกที่ตั้งขบวนทัพรถถังและปักธงทิวไว้อย่างเป็น ระเบียบ เราจะไม่จู่โจมข้าศึกที่ตั้งค่ายอย่างแน่นหนา พร้อมสไนเปอร์ดูน่าเกรงขาม ทั้งที่เป็นอาวุธที่ประชาชนซื้อให้

นี่คือวิธีพลิกแพลงกลยุทธ์

ผู้สันทัดการเข้าตีทางอินเตอร์เนท จักประหนึ่งเคลื่อนตัวอยู่เหนือฟากฟ้า ฉะนั้น จึงสามารถพิทักษ์ตนเอง ให้ได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ หยั่งเห็นในชัยชนะมิเกินซึ่งคนทั้งปวงรู้ หาใช่ความยอดเยี่ยมที่แท้ไม่ ฉะนั้น ยกขนนกขึ้นได้ใช่ว่าทรงพลัง เห็นแสงเดือนตะวัน ใช่ว่าตาสว่าง ได้ยินเสียงฟ้าคำรณใช่ว่าโสตไว

ที่โบราณเรียกว่าผู้สันทัดการรบนั้น คือผู้ที่เอาชนะได้ง่าย ฉะนั้น ชัยชนะของผู้สันทัดการรบ จึงมิได้ชื่อว่ามีสติปัญญา มิมีความชอบในเชิงกล้าหาญ ชัยชนะของเขาจึงมีพึงกังขา เหตุที่มิพึงกังขา ก็เพราะปฏิบัติการของเขาจักต้องชนะ จึงชนะผู้ต้องพ่ายแพ้ ฉะนั้น ผู้สันทัดการรบทางอินเตอร์จึงตั้งอยู่ในฐานะไม่แพ้ และไม่สูญเสียโอกาสทำให้ข้าศึกต้องแพ้

เหตุนี้ ฝ่ายชนะรู้ว่าชนะก่อนจึงออกรบ ฝ่ายแพ้รบก่อนแล้วจึงหวังว่าจะชนะ ฉะนั้น ผู้สันทัดการบัญชาทัพ ทางอินเตอร์เนท จักจรรโลงไว้ซึ่งมรรคและกฎระเบียบ จึงสามารถกำหนดชัยชนะและพ่ายแพ้ได้


หลักแห่งการทำศึกทางอินเตอร์เนท มี หนึ่งคือวินิจฉัย สองคือคำนวณ สามคือปริมาณ สี่คือเปรียบเทียบ ห้าคือชัยชนะ พื้นที่ก่อให้เกิดการวินิจฉัย การวินิจฉัยก่อให้เกิดการคำนวณ การคำนวณก่อให้เกิดปริมาณ ปริมาณก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบก่อให้เกิดชัยชนะ

ฉะนั้น กองทัพประชาชนชาวอินเตอร์เนท ที่ชนะจึงประดุจเอาหนึ่งอี้ไปเปรียบกับหนึ่งจู กองทัพของอ้ายมาร์คเผียงแห่งเสี่ยมก๊ก ที่แพ้ จึงประดุจเอาหนึ่งจูไปเปรียบกับหนึ่งอี้ ไพร่พลของฝ่ายประชาชนชาวอินเตอร์เนท จึงเสมือนปล่อยน้ำที่กักในลำธารสูงแปดพันเซียะ ให้ทะลักกระโจนลงมาพังทะลายรัฐสภาและทำเนียบ

นี้คือรูปลักษณ์ของการรบทางอินเตอร์เนท

ยังมีพิชัยสงครามภาค 2 โปรดติดตามน่ะครับ


สิ่งที่ควรระมัดระวัง ขออีกครั้งเดียวก่อนแยกย้ายกันไปปฏิบัติการเพื่อประชาชน


เรื่อง Cyber crime
As an individual
คือ อาชญากรรมทางไซเบอร์



Walware Attack คือโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูล
Virus code ที่สามารถ Copy ตัวเองและแพร่ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่อง อื่นๆ ได้โดยอาศัยพาหะ เช่น USB,Email attachment,CD
Warm : Standalone Malware Program ที่สามารถแพร่กระจายตัวเองได้ผ่านทางระบบเครือข่ายใน 1 วินาที มันสามารถแพร่กระจายได้ถึง 2500 เครื่อง
Trojan horse: โปรแกรมที่บรรจุเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลัก
Bot Zombie: computer ที่ติด Warm หรือ Trojan แล้วและถูกควบคุมให้ทำงานผ่านทาง network
Dos : เป็นการโจมตี ที่มีจุดประสงค์ให้ PC เหยื่อไม่สามารถให้บริการได้โดยการ floods ข้อมูล


การป้องกัน

-ติดตั้ง Anti-virus/Anti-Spy ware และ update อย่างสม่ำเสมอ
-update os Patch/ Service Pack อย่างสม่ำเสมอ เช่น Window update
-Paton software ที่ใช้งานทั้งหมด เช่น Adobe Flash Player Plug-ins
ระมัดระวังในการ Download Software ไม่เปิด E-mail จากคนที่คุณไม่รู้จัก
-Spwware:เป็นโปรแกรมที่บันทึกการกระทำของ User และส่งผ่าน internet ไปยังผู้สร้าง spwware
-Adware: เป็นโปรแกรมที่จะ Download สิ่งโฆษณาอัตโนมัติลงมาที่เครื่อง
-Key logger คือจะบันทึกข้อมูลของผู้ใช้บริการในด้านการซื้อของทางอินเตอร์เน็ตหรือข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ
การระวังตัว
Download จาก Site ที่เชื่อใจได้สิ่งที่ D/L ผิดกฎหมายหรือไม่ Copy right ลองคิดว่าจะเสี่ยง D/L ข้อมูลนั้น ๆ หรือไม่
Phishing: ใช้เทคนิค Social Engineer เพื่อหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่านหรือหมายเลขบัตรเครดิต

พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ 2550
โพสข้อความเท็จ
ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเสียหาย
ส่งผลกระทบต่อความมั่งคงของประเทศ
โทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000บาท
 
http://thaienews.blogspot.com