วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Thai E-news: ช็อก!วิกิปูดพธม.วางแผนสาวกตาย2โหลปูทางปฏิวัติ พลาดเป้าดับแค่2 โจกลิ้มแถWikileaksมั่ว

น้ำลดตอผุดดดดดด: Thai E-news: ช็อก!วิกิปูดพธม.วางแผนสาวกตาย2โหลปูทางปฏิวัติ พลาดเป้าดับแค่2 โจกลิ้มแถWikileaksมั่ว

วีรชนหรือเหยื่อ?-แกนนำพันธมิตรฯยกย่องให้สารว้ตรจ๊าบกับน้องโบว์เป็นวีรชน แต่จากข้อมูลที่แฉโดยวิกิลีกส์ล่าสุดชี้ว่าทั้งสองอาจเป็นเหยื่อของแผนการที่แกนนำกระหายเลือดที่หวังว่าจะมีผู้เสียชีวิตซัก 20 คนเพื่อปูทางให้ทหารทำรัฐประหาร

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชนออนไลน์ และ นสพ.The Guardian

มติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ วิกิลีกส์ได้เผยแพร่เอกสารรายงานของนายอีริค จี. จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 นายจอห์นรายงานถึงการสนทนากับสมาชิกตระกูลมหาเศรษฐีของไทยคนหนึ่งที่มีเส้นสายกว้างขวาง ซึ่งวิกิลีกส์ลบชื่อออก (ใช้ชื่อ สมมุติว่า นาย ก.) มีการสนทนากันหลายเรื่อง และในตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 โดยระบุถึงการวางแผนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

"นาย ก.เชื่อว่าพันธมิตรยังวางแผนจะให้เกิดการนองเลือดระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่จนทำให้ทหารออกมายึดอำนาจ นาย ก.เสริมคำพูดของเขาด้วยข้อมูลที่ว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม เขาร่วมทานอาหารเย็นกับผู้นำพันธมิตรคนหนึ่ง ซึ่งผู้นำพันธมิตรคนนั้นบอกเขาว่าพันธมิตรเตรียมยั่วยุให้รัฐใช้ความรุนแรงในระหว่างการประท้วงหน้ารัฐสภาในวันรุ่งขึ้น คือ 7 ตุลาคม ผู้นำพันธมิตรคนนั้นได้คาดการณ์ว่า ทหารจะออกมายึดอำนาจในคืนวันที่ 7 ตุลาคม นาย ก.ยังยืนยันว่า แม้จนขณะที่พูดกันอยู่ พันธมิตรยังหวังจะสร้างสถานการณ์ปะทะขึ้นใหม่เพื่อให้คนตายอีกสักกว่า 20 ศพ อันจะทำให้การที่ทหารออกมายึดอำนาจสมเหตุผล"

เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2551 มีผู้ชุมนุมพันธมิตรเสียชีวิต 2 รายคือน้องโบว์กับสารว้ตรจ๊าบ ตกเย็นวันนั้นมีรถถังของทหารขับมาลานพระรูปทรงม้า ท่ามกลางการโห่ร้องดีใจของผู้ชุมนุม แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อผู้นำทางทหารอ้างว่ามาเพื่อรักษาความสงบ ไมได้ออกมายึดอำนาจตามที่ผู้ชุมนุมพันธมิตรโหยหา

มติชนรายงานข่าวนี้ในเวลา20.20 น.เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. แต่จนกระทั่งถึงเวลา08.30น.เช้าวันนี้(25ธ.ค.)ยังไม่มีปฏิกริยาใดๆจากเวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงชวนเชื่อของพันธมิตร ซึ่งปกติทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมติชน

อย่างไรก็ตามนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำพันธมิตรได้พูดผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทาง เอเอสทีวี ช่วงเวลา 20.30-22.30 น. วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม โดยแก้ตัวให้ชนชั้นนำของไทยกรณีกล่าวพาดพิงในทางมิบังควรต่อรัชทายาทว่า ขบวนการข่าวลับระหว่างประเทศ มักตีไข่ใส่สีเลือกข้าง ล้วงความลับจากคนวงในแล้วแอบอ้างชื่อคนมีชื่อเสียง ดังนั้นความเห็นในข้อความที่ "วิกิลิกส์" แฮ็กข้อมูลของไทยจึงไม่จริงทั้งหมด มั่นใจ พล.อ.เปรม ไม่ซี้ซั้วคุยปฎิวัติ 19 ก.ย.

ผมจะบอกให้ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรา ไม่ซี้ซั้ว อย่าง พล.อ.เปรม ท่านไม่ซี้ซั้วคุยอย่างนี้หรอก ธรรมดาคนใกล้ชิดท่านยังไม่คุยเลย

อย่างไรก็ตามสนธิไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่วิกิลีกส์แฉข้อมูลผู้นำพันธมิตรวางแผนให้คนตายจำนวนมากเพื่อปูทางไปสู่การรัฐประหาร แต่แผนการล้มใหลวเพราะมีคนตายแค่ 2 คนแต่อย่างใด

*************
ข้อมูลเรื่องนี้ของวิกิลีกส์ที่หนังสือพิมพ์GUARDIANเผยแพร่:THAKSIN'S ENEMIES' PLANS FOR VIOLENCE ซึ่งในข่าวนี้บอกว่าผู้นำพันธมิตรวางแผนว่าน่าจะเกิดการตายไม่น้อยกว่า 2 โหล( two dozen deaths )

————————————-

9. (C) XXXXXXXXXXXX believed PAD continued to aim for a violent clash that would spark a coup. He asserted that he had dined on October 6 with a leading PAD figure (NFI), who explained that PAD would provoke violence during its October 7 protest at the parliament. The unnamed PAD figure predicted (wrongly) that the Army would intervene against the government by the evening of October 7.

XXXXXXXXXXXX asserted to us that PAD remained intent on a conflict that would generate at least two dozen deaths and make military intervention appear necessary and justified

Posted in บทความน่าสนใจ | Tagged | Leave a comment

ช่วยกันขยาย …เปิดเอกสาร DSI (?) : กรณี 6 ศพวัดปทุมฯ

หมายเหตุ: ประชาไทได้รับเอกสารชิ้นนี้จากแหล่งข่าวที่ไม่อาจเปิดเผย เป็นบันทึกการสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์สังหารประชาชน 6 ศพภายในวัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 โดยหัวกระดาษระบุว่าเป็นเอกสารของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเอกสารฉบับเดียวกันหรือไม่กับที่นายจตุพร พรหมพันธ์ กล่าวอ้าง และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจน ประชาไทพิจารณานำเผยแพร่ด้วยตระหนักว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมของผู้สูญเสีย ซึ่งเป็นชะตากรรมร่วมของสังคมประชาธิปไตยไทย ทั้งนี้เพื่อให้สังคม ผู้อ่าน และหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้วิจารณญาณ ร่วมกันตรวจสอบ รวมถึงชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

บทคัดย่อ
เอกสารดังกล่าวมีการสอบปากคำพยาน จำนวน 41 ปาก แบ่งเป็น ญาติผู้ตาย ประชาชนผู้เห็นเหตุการณ์ อาสาสมัครพยาบาลในเต๊นท์พยาบาล เจ้าหน้าที่ของวัดปทุมฯ ผู้สื่อข่าวต่างชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถ่ายภาพไฟไหม้เซ็นทรัลเวิร์ล รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำการอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส
พยานเจ้าหน้าที่ทหารระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการให้ปากคำว่า ประจำที่กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 2 ลพบุรี เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ นำกำลังเข้ามารับผิดชอบที่ปทุมวัน (ฉก.ปทุมวัน) จำนวน 4 ชุด ปฏิบัติการโดยรับผิดชอบที่บนรางรถไฟฟ้า ตั้งแต่สถานีสนามกีฬา บนรางรถไฟฟ้าชั้น 2 (บนสุด) บนรางรถไฟฟ้าชั้น 1 ฝั่งวัดปทุมวนาราม ฝั่งขวาทางด้านโรงหนังสยาม โดยจะมี ร.31 พัน 2 รอ.รับผิดชอบบนด้านล่างที่บนถนนพระราม 1 ในเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 พยานพร้อมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย พยานได้ยินเสียงในแนวราบแจ้งให้คุ้มกันให้ พยานจึงได้สั่งให้กำลังอีกชุดหนึ่งเข้าคุ้มกันการปฏิบัติหน้าที่ของแนวราบตามที่ร้องขอ โดยมีกำลังปฏิบัติหน้าที่รางรถไฟฟ้าชั้น 1 ฝั่งวัดปทุมวนารามจำนวน 7 นาย อีก 2 นาย อยู่ประจำสถานีรถไฟฟ้าสยาม ส่วนพยานไม่สามารถลงมาจากชั้น 2 ได้ เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้ พยานทราบว่าชุดปฏิบัติการของพยานได้มีการยิงตอบโต้กับกำลังติดอาวุธที่อยู่ภายในวัดปทุมวนาราม และถนนพระราม 1 บริเวณตอม่อ พยานไม่ทราบว่ามีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ พยานทราบว่าไม่มีการยิงต่อสู้กันที่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสแต่อย่างใด มีการยิงต่อสู้กันประมาณ 10 นาที ในเวลาประมาณ 18.10 น. พยานสั่งให้ชุดปฏิบัติการดังกล่าวถอนกำลังไปอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม พยานทราบว่าชุดปฏิบัติการดังกล่าวกลับมาที่สถานีรถไฟฟ้าสยามในเวลาประมาณ 19.45 น. และอยู่ที่สถานีดังกล่าวจนถึงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 พยานให้การว่าพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม 16เอ4 (M16A4) ส่วนชุดปฏิบัติการฝั่งวัดปทุมวนารามใช้อาวุธปืน เอ็ม 16เอ2 (M16A2) พยานให้การว่าพยานพร้อมชุดปฏิบัติการนี้ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างคือหัวกระสุนชนิดดังกล่าวนี้จะเป็นหัวสีเขียว
เจ้าหน้าที่ทหารอีกรายหนึ่งให้การว่าประจำที่กองพันจู่โจม กรมรบพิเศษที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่เป็นรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 18.00 น. พยานซึ่งรับผิดชอบบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสฝั่งวัดปทุมวนาราม พยานให้การว่าเห็นชายชุดดำที่ตอม่อบนถนนพระราม 1 พยานจึงได้ยิงใส่กลุ่มชายดังกล่าวไป 7 นัด เวลาประมาณ 18.10 น. เห็นชายที่บริเวณมุมกุฏิมีอาวุธปืนจึงยิงใส่ไป 1 นัด เวลา 18.20 น. ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังจากบนรางรถไฟฟ้า วันที่ 20 – 21 พฤษภาคม 2553 ทำหน้าที่คุ้มกันชุดเก็บกู้ระเบิด และวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 ได้ถอนกำลังกลับไปที่กระทรวงพลังงาน พยานให้การว่าใช้อาวุธปืนประจำกายที่ปฏิบัติหน้าที่นี้เป็นปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855)
เจ้าหน้าที่ทหารรายหนึ่ง ให้การว่าประจำที่กองรบพิเศษที่ 3 ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 พยานร่วมปฏิบัติหน้าที่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อคุ้มกันชุดในแนวราบตามคำสั่งทีได้รับมอบหมายพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) พยานได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่ไปที่กำแพงวัดปทุมวนาราม
ส่วนอีกรายหนึ่งประจำการบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อคุ้มกันชุดในแนวราบตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายพยานใช้อาวุธปืน เอ็ม16เอ2 (M16A2)ใช้กระสุนปืนขนาด 5.56 มม. เป็นชนิด เอ็ม855 (M855) และได้ใช้อาวุธปืนยิงไปจำนวน 4 นัด เพื่อขู่ชายชุดดำที่อยู่ใต้สะพานลอยคนข้าม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารอีกคนหนึ่งใช้อาวุธปืน เอ็ม16 ยิงไปจำนวน 4 นัดขึ้นฟ้า เพื่อให้คนที่อยู่ใต้ท้องรถออกมา โดยพยานตะโกนให้ออกมาจากใต้ท้องรถและถอดเสื้อ
อย่างไรก็ตาม มีพยานเจ้าหน้าที่ทหารหลายรายระบุว่าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการร่วมกันกับคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงใครแต่อย่างใด
นอกจากนี้ในเอกสารดังกล่าวยังระบุถึงพยานเอกสาร ได้แก่ รายงานการชันสูตรพลิกศพ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สำเนาบัญชีเบิกจ่ายอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ฯลฯ แผ่นซีดีจากพยาน รวมถึงพยานวัตถุ ได้แก่ ปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก กระสุนปืนจำนวน 1 นัดฯ
0000

 

Posted in Update Red News | Tagged , | Leave a comment

23-12-10 codeลับยายไฮ Hi s……..

ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่ ครอบครัวของลุง พระศุกร์ เข้า พระเสาร์แทรก เพราะหลังจากที่ ถั่ว สะดุด ขั้นบันได ในระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวฃึ้นบันได ขณะจะไปสอนเลคเชอร์ คราวนี้เธอเป็นหนัก ถึงขนาด ต้องล้มหมอนนอนสื่อ ทีแรกได้รับประกาศว่าถั่วป่วยหนัก ต้องเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน ทีแรกเราคิดว่า งานนี้สงสัย ถั่วกินยาพารา เข้าให้อีกแล้ว เธอเคยคิดฆ่าตัวตายเรื่อง สามี (อย่างเป็นทางการ) ที่เป็นนักบิน ตอนนั้นเธอกรอกพาราไปจนหมดขวด

แต่ที่ นี้จัดว่าเป็นเคราะห์ ซ้ำกรรม ซัดของถั่ว เป็นครั้งที่สองในรอบเดือน เพราะเมื่อตอนต้นเดือน ถั่วก็ ต้องเสียน้ำตา ไปกับ สามีสุดเลิฟ ของเธอ อาจจะเป็นเพราะเธอ มีความมั่นใจมากเกินไปหน่อย ที่เธอไม่ยอมฟังเสียงทักท้วงว่า สามี ของเธอได้แอบปันใจไปให้กับ สามีของอื่น ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งโรงงานแล้วว่า สามีของถั่ว เป็นชะนี

งานนี้เล่นเอาถั่ว มีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด จากที่เธอเป็นโรคจิตอ่อนๆ อยู่แล้ว งานนี้ เธอ ถึงกับออกอาการอาละวาดเหวี่ยงใส่ชาวบ้านไปทั่ว ตอนนี้กับกลายเป็นว่า ลูกจ้างต้องมาถูกล่ารายชื่อ ลูกจ้างที่ไม่รู้เรื่องต้องถ่อสังขารไปชะเลียร์ถั่ว ส่วนเมียอ้วนก็ดันมาเป็นปอดบวมข้างซ้าย เธอคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรง เพราะเธอ อ้วนซะขนาดนั้น ออกกำลังเธอก็ไม่ชอบออก ไม่พอแถมเธอเล่นกินเหล้าแทนน้ำซะขนาดนั้น ก็คงไม่น่าแปลกใจที่สาเหตุที่ ทำเธอต้องเครียด เพราะหลังจากที่เธอถูกป้าหลอกให้มาร่วมหอกับจ่า เธอก็ดูหมือนตกนรกทั้งเป็น มาตอนหลังที่เธอได้หย่ากับจ่า ชีวิตเธอก็เหมือนกับขึ้นสวรรค์

ตอนนี้เมียอ้วน เครียดไปกับลูกสาวสุดที่รัก วัลภา ที่ตอนนี้ ต้องการแหกกฏ เพราะตอนนี้อยู่ดีๆ เธอดันต้องการมีลูก กับ สามีทหารเรือ พี่เก่ง เป็นสามี(กึ่งๆ ทางการ) คนที่สองของวัลภา ใครอยากห็นรูปพี่เก่ง ให้ไปหาหนังสือ ใคร ที่หน้าปกเป็น พี่ห้อย ดูได้เลย พี่เก่ง ไม่แน่ใจว่าแอบไปแก้หมันมาหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ใครก็ตามที่จะ จุดจุดจุด กับวัลภา ต้องยอมทำหมัน เพราะลุงไม่อนุญาตให้หลานคนนี้มีลูก ก็ไม่รู้เหมือนว่าลุงมีเหตุผลอะไร

ตอนนี้ได้ฃ่าวว่า วัลภา ปจด ไม่มาตามนัด นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะภาพของวัลภา ค่อนข้างดี ทั้งที่จริงแล้ว ใครๆ ก็รู้ว่า พฤติกรรมของเธอ เรียกได้ว่า แม่เลี้ยงจอมอ้า น้าสาวอมโรค โสกโครกอัญมณี สามสาวสุดออตแห่งโรงงานปลากระป๋อง ที่ว่าว่า สุดสุด แล้ว อีกไม่นาน อาจจะเทียบไม่ได้กับวัลภา แต่สาเหตุหลัก ที่ทุกต้องเครียด เห็นจะเป็นเรื่อง ที่สำคัญเธอยังไม่ได้ป่าวประกาศให้ลูกจ้างรู้ว่าเธอมีสะมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว (แต่สะมีจะเป็นชะนี หรือไม่อันนี้ก็ไม่มีใครรู้ )

เพราะเธอยังคงภาพ สาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ต่างไปจากสาวแรกแย้ม แต่อย่างไรก้ตาม ถึงแม้ว่าลุง และป้า จะมีลางไม่ดีร้ายๆ ผ่านเข้ามา แต่หลังจากที่ลุง รู้ว่า แผนการในการจัดการโรงงาน ที่ ลูกชายสุดที่รักคนใหม่ ได้ร่วมมือกันกับ ลูกชาย ทั้ง 3 ในการวางแผน ยึดโรงงานให้อยู่ในกำมือของตระกูลลุง ได้สำเร็จ ที่คนวงในรู้กันว่า แผนการนี้ถูกร่าง และทำการประชุมอยุ่ ในร้านลาบ 11 ที่บ้านของ นะจ๊ะ ที่อยู่ติดๆ กันกับบ้าน ของพี่ชายแมว

แผนการนี้ จะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ว่า แผนการอนุญาติข่มขืนโรงงาน ซึ่งแผนการณ์ นี้ก็ได้ถูกลุง มอบไลเซ้นส์ ลุงการรันตี มอบให้ใบประกอบการข่มขืนโรงงาน ได้ถูกต้องตามกฏหมายเพราะหลังจากที่ อัลโต้แซกโซโฟน ตัวโปรดของลุงได้ ถูกนำมาเป่าอีกครั้ง ถึงแม้ว่าคราวนี้ลุงจะไม่ได้เป่าด้วยตัวเอง หลังจากที่มันได้เงีบยหายไปนานหลายเดือน ลูกจ้างอาจที่จะต้องรับกรรมกันอีกหน

แผนการณืที่ว่าไว้ หัวใจหลักของแผนการนั้น คงจะหนีไม่พ้นว่า ทำอย่างไร ให้ พี่ห้อย ลูกรักคนใหม่ มีโอกาสบ้าง ที่จะมอบ คำขวัญ อันไพเราะ ให้กับเด็กๆ กับเขาบ้าง…ส่วน พวกบรรดา ลูกๆ ของลุงจะต้มยำทำแกงกันอย่างไร เห็นว่าคงอีกไม่นานเกินรอ..

 

Posted in ข่าวลือ | Tagged , | Leave a comment

ผู้ก่อการร้าย ราชประสงค์ : ยิ่งฆ่า – ยิ่งแค้น . . คารวะดวงวิญญาณ "แดง คชสาร" กลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ 51

ยิ่งฆ่า – ยิ่งแค้น . . คารวะดวงวิญญาณ "แดง คชสาร" กลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ 51

โดย ประชาไพร่
22 ธันวาคม 2553

พวกหมาลอบกัด ยิงน้อย บรรจง หรือ "แดง คชสาร" แกนนำรุ่นกลางของคนเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถึง 18 รู ยัดยาบ้าใส่มือ ทิ้งศพไว้กลางป่า ราวกับหมาข้างถนน จนมีผู้ไปพบศพเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553 วันที่คนกว่าหมื่นคนทวงความยุติธรรมให้กับ 91 ชีวิตที่ราชประสงค์

คิดหรือว่าการป้ายความผิดด้วยยาบ้า กับคนที่มีไม่มีประวัติด่างพร้อย และเป็นนักสู้เช่นลุงน้อย มันจะทำให้คนเสื้อแดงเชื่อและนิ่งเฉยกับความตายของเพื่อนร่วมต่อสู้ครั้งนี้?

การป้ายยาบ้านอกจากมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ในระดับหนึ่งได้ด้วยว่า "ใครคือตัวการ" นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสู้ประชาธิปไตย คนรากหญ้า คนขับรถตุุ๊กๆ หาเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัว ที่มีใจรักประชาธิปไตย และร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน

ยุทธวิธีการลอบสังหารแกนนำชาวบ้านในต่างจังหวัด ที่พวกหมาลอบกัดชอบใช้ในช่วงสงครามเย็น การลอบสังหารผู้นำชาวนา ผู้นำกรรมกรจนกระทั่งก่อนการสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อาจจะดูประสบความสำเร็จในยุคนั้น แต่ขอบอกไว้เลยนะ ยิ่งใช้ยุทธวิธีป่าเถื่อนมากเท่าไร ไม่ใช่กูจะกลัวมึง แต่กลับจะยิ่งทำให้พวกกูฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

"คนเสื้อแดง เลยขีดความกลัวมาแล้ว"

"ยิ่งฆ่า คนเสื้อแดงจะยิ่งแค้น"

"ยิ่งฆ่า การปรองดองก็จะยิ่งไม่เกิด"

ยิ่งทำร้ายคนเสื้อแดงมากเท่าไร ไม่ใช่คนเสื้อแดงจะไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่พวกมึงทั้งหลายนั่นแหล่ะ จะไม่มีแผ่นดินอยู่

อย่าลืมว่า คนที่มึงยิงทิ้งยังกะหมานั้น เป็นตัวแทนคนเสื้อแดง คนจน คนรากหญ้าหลายสิบล้านคนในประเทศไทย

ตลอดสองปีที่ผ่านมา คนเสื้อแดงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วมิใช่หรือว่า "ตายสิบ เกิดแสน" แม้แต่สไนเปอร์ M 79 ก็หยุดคนเสื้อแดงไม่ได้ พวกเขายังออกมาส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เต็มท้องถนน

จะต้องไม่มีใครตายฟรีอีกต่อไปแล้ว!

จะต้องไม่มีไพร่สังเวยการคงอยู่แห่งอำนาจชนชั้นสูงอีกต่อไป

เพื่อกู้เกียรติและศักดิ์ศรีของคนขับรถตุ๊กๆ หาเช้ากินค่ำ ตัวแทนคนรากหญ้า ที่จะต้องไม่ตายฟรี ไพร่คนนี้ที่ตายในพื้นที่เชียงใหม่ ม.ล.?ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าเชียงใหม่จะต้องรับผิดชอบ หาคนสังหารลุงน้อย บรรจง มาให้ได้ภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นท่านจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ดวงวิญญาณลุงน้อยอย่าเพิ่งไปสวรรค์ ตามไปหลอกหลอนคนที่สังหารลุงน้อย และพวกอยู่เบื้องหลังท้งหมด ให้พวกมันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และต้องลุกออกมาสารภาพยอมรับความผิดด้วยเถิด

==

เพิ่มเติมจาก Thai E-Newsเผย 5 ฆาตกรวีโก้สีดำสังหารโหดแดง คชสาร เจ้าตัวรู้ชะตาโดนไล่ล่าหนีสุดขีดหลบนอนตามปั๊มยังไม่พ้น

เลิกฉุกเฉินแต่ไม่เลิกฆ่า-เสื้อแดงเชียงใหม่ไปรดน้ำศพ แดง คชสาร ซึ่งรับช่วงภารกิจต่อสู้จากดีเจอ้อม และเพชรวรรต ผอ.สถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่อยู่ระหว่างหลบภัยมืด แต่ต้องถูกสังหารด้วยการยิงร่างพรุนและยัดยาบ้าใส่มือศพ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ธันวาคม 2553

กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่ เปิดเผยเบื้องหลังการสังหาร"แดง คชสาร"ด้วยการยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือว่า ก่อนการเสียชีวิต ได้มีชายฉกรรณจ์จำนวน 5 คนใช้รถกระบวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ(สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารน้องเจมส์-นายกฤษณะ กล้าหาญ ก้อนหน้านี้)

แก๊งฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยตาม แดง คชสาร ตลอดเวลา เป็นอาทิตย์ การสะกดรอยตามครั้งนี้ แดง คชสาร รู้ตัวว่า ถูกตาม ได้พูดให้เพื่อน และดีเจในคลื่น92.5 เชียงใหม่รับฟังว่า เขาถูกสะกดรอยตาม และถูกคุกคามอย่างหนัก จนไม่อาจพักหลับนอนที่หอพักได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั้มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา จะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดการติดตามของฆาตกร 5คนนี้้ได้

"ในเวลาต่อมา มีคนพบศพ พี่แดงคชสาร…..สภาพศพถูกยิงที่หน้าอก ในตัวไม่พบเอกสารใดๆ ดูจากสภาพศพ ผู้้เห็นเหตุการณ์ระบุได้ว่า ฆ่าจากที่อื่นมา ได้นำศพมาทิ้งที่ไว้บนดอย ห่างจากกิ่ง อ.แม่ออน ประมาณ 2 ก.ม. ชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่และนำศพไปส่ง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออน หลังจากนั้นทาง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออนส่งศพต่อไปยัง ร.พ. มหาราชเชียงใหม่(สวนดอก)เพื่อชันสูตรและปิดสำนวนคดี เพราะไม่มีหลักฐานว่าเป็นใคร เดชะบุญ มีนักข่าวได้ถ่ายรูปลงในหนังสือพิมพ์ จึงได้มีคนรู้จัก เรื่องก็เลยแดงขึ้นมา นี่คือปฎิบัตการโหดที่ทำกับเสื้อแดงรักเชียงใหม51อีกรอบหนึ่ง แต่ขอบอกว่า พวกกูไม่กลัวมึง เพียงรอเวลาเท่านั้น พวกมึง..ยกเลิก พ.ร.ก. แต่พวกมึงไม่ยกเลิกที่จะไล่ฆ่าพวกกู"

คนเสื้อแดงเชียงใหม่ให้ข้อมูลว่าแดง คชสารเป็นคนสุภาพ นิยมสันติวิธี อาชีพขับตุ๊กๆ เป็นดีเจคลื่น 92.5 ของเชียงใหม่ 51 มีลูกอายุ 9 ขวบ ภรรยารับจ้างซักผ้า ก่อนตายยังใส่เสื้อสีแดง เขาเป็นคนใจดีทำงานร่วมกับคนเสื้อแดงมาตลอด เขารู้ตัวว่าถูกตามมาตลอด จึงไม่ค่อยจะนอนที่บ้าน

ไทยรัฐรายงานว่า ทันทีที่ทราบว่าผู้ตายเป็น นายน้อย บรรจง หรือ แดง คชสาร การ์ดระดับแถวหน้าของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตลอดทั้งวันที่ 21 ธ.ค.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่เริ่มมีการเคลื่อนไหว และสอบถามกันเข้ามาที่วิทยุ ชุมชนคนเสื้อแดง และตามเว็บไซต์ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มคนมีสีที่ต้องการไล่ล่าแกนนำคนสำคัญของคนเสื้อแดงภาคเหนือ แกนนำหลายคนหวาดผวาและหลบออกเชียงใหม่ไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 21 ธ.ค."ดี.เจ.กฤษณะ 51″แกนนำคนสำคัญของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ให้สัมภาษณ์โดยเชื่อว่า เป็นการไล่ล่าของชุดสังหารที่มุ่งเก็บคนเสื้อแดง โดยก่อนหน้าที่นายน้อย บรรจง จะถูกอุ้มไปสังหารโหดได้เข้ามาพบกับตน โดยบอกว่า ในช่วงหลังไปไหนมาไหนมักจะมีคนติดตาม จนไม่สามารถจะนอนที่บ้านได้ ต้องเปลี่ยนที่นอนตลอด จนกระทั่งมาเป็นศพถูกลวงไปฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม

โดยเชื่อว่า กลุ่มที่ลงมือ เป็นพวกมืออาชีพอย่างแน่นอน และยังมีการยัดยาเสพติดลงไป ทั้งๆที่ประวัติของนายน้อย ไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด และยังมีการทำลายหลักฐานต่างๆในตัวหมด จนในช่วงที่พบศพยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จนญาติๆไปดูศพที่โรงพยาบาล จึงยืนยันได้ว่าเป็นนายน้อย ซึ่งทำให้ต้องมีความระมัดระวังกัน เพราะเชื่อว่า ทางการได้มีการตั้งทีมไล่ล่าคนเสื้อแดงภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มรักเชียงใหม่ 52

"ดี.เจ.กฤษณะ 51″ ได้เผยต่อไปว่าในเรื่องนี้ก็คงจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดรายงานให้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำหลายคนที่จะเดินทางมาเชียงใหม่ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ และหลังจากนั้นก็คงจะมีการนำศพ แห่รอบเมืองเชียงใหม่เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและจะนำไปที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 ด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างแน่นอน

 
Posted in Update Red News | Tagged , , | 1 Comment

เหี้ย พยายามเปลี่ยนสี ….ชิ้วๆๆ ไปไกลเลยไอ้มารประชาธิปไตย

นายสมศักดิ์  โกสัยสุข ไปฟิลิปปินส์มา บังเิอิญมีเสื้อแดงตามไปติดๆ เลยไปจับโกหกคำโตได้ ว่ามันโกหกกับคนที่ฟิลิปปินส์ว่ามันเป็นเสื้อแดง ทุเรศฉิบหาย ไอ้เตี้ยฟาสซิสต์

Posted in Horriblethailand....!!! | Tagged | 4 Comments

โมเดลนี้ต้องขยายยยยยยยยยยย

ข่าวดีๆ โดย Nipaporn Freedom

"หมู่บ้านคนเสื้อแดงแห่งแรกของ ปท.ไทย" 17 ธ.ค.53 ทุกคนที่อยู่ใน ม.หนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีทั้งหมด 210 คน รวมตัวกันตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ตั้งแต่ลูกบ้านไปจนถึงหมู่ใหญ่บ้าน ประกาศตัวว่า เป็นคนเสื้อแดงทั้งหมู่บ้าน : Welcome to red shirts village, ยินต้อนรับสู่หมู่บ้านคนเสื้อแดง แบบนี้เขาเรียกว่า "ใจ" งานนี้อำมาตย์หนาวแน่ อิอิ (ขอบคุณภาพจากคุณอานนท์ แสนน่าน)

Posted in Update Red News | Tagged | 1 Comment

เซ็ง…….. นึกว่าจะมีเฮ

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ สด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 1

วันนี้ (21 ธ.ค.) สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 1 ความว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงประสบอุบัติเหตุลื่นหกล้ม ขณะทรงพระดำเนินไปบรรยายทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะแพทย์ได้ตรวจถวายพบว่ากระดูกพระอูรุ (กระดูกต้นขา) ข้างซ้ายหัก จึงกราบทูลให้เสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อถวายการรักษา คณะแพทย์ได้ถวายการผ่าตัด เมื่อเวลา 19.00 น. และผลการผ่าตัดเป็นที่พอใจของคณะแพทย์ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่ประการใด

เวลาค่ำวันเดียวกันนี้ (20 ธ.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยม ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ในการนี้ คณะแพทย์ได้กราบทูล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ให้ประทับรักษาพระอาการและทรงรับการรักษาทางกายภาพบำบัดต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง จึงประการมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง

็Horriblethailand : ไม่อยากรู้ ไม่อยากฟัง ไม่อยากดูหน้า เบื่อรำคาญ เบื่อ!!!!!!!!!!!!!! ทีชาวบ้านถูกยิงตายอย่างป่าเถื่อน ไม่เป็นข่าว ไม่ได้รับความยุติธรรม ทีข่าวเชี้ยๆ แบบนี้ชอบออกกันดีนัก

Posted in Horriblethailand....!!! | 1 Comment

นิดๆ หน่อยๆ จาก Facebook

ประเด็นไม่เรียงนะคะ แต่เราคิดว่าน่าสนใจเลยนำมาลง

" แดงแท้ "
ภาพของนายไมตรี จำเลยคดีเผาศาลากลางที่ส่งความรักมายังคนเสื้อแดงทุกคน
เขาถือเป็น "แดงแท้" เลยทีเดียว
ประเภททางบ้านจับเป็ด-ไก่ ขายหาค่ารถมาชุมนุมในกรุงเทพฯ
และกลับไปร่วมชุมนุมที่มุกดาหาร
" ผมไม่ได้ทำความผิด แม่ไม่ต้องอายใคร
เราจนก็หาเช้ากินค่ำ ไม่ได้ขอใครกิน
ไม่อยากให้แม่ซื้อของมาให้ดอก อยากให้แม่เก็บเงินไว้ไปหาหมอ"
เขาบอกแม่เขาทุกครั้งที่ไปเยี่ยม
ก่อนออกจากเรือนจำ เขาย้ำกลับผมคำนึงซึ่งอยากเล่าให้เสื้อแดงทุกคนฟัง
"ผมยินดีติดคุก หากอภิสิทธิ์มาติดคุกด้วย!"
ปัจจุบัน จำเลยทั้ง ๑๙ คนยังรอหลักทรัพย์สำหรับประกันตัว
หมายเหตุ : พี่ไมตรียินดีให้เผยแพร่ภาพด้วยความเต็มใจและภาคภูมิใจ

==

สมบัติ บุญงามอนงค์ : วันนี้ อ.ธิดา โทรหาผม บอกว่า "หนูหริ่ง ขอบใจมากที่เธอไม่กระทืบซ้ำพี่" ผมปล่อยฮาเลย เพราะเอาเข้าจริง ๆ

ผมวิจารณ์หมอเหวง และ อ.ธิดา แต่ผมรักแกทั้งสองคน ผมยึดหลักการวิจารณ์แต่ไม่โจมตี

==

Robert Amsterdam : ผมขอขอบคุณทุกท่านสำหรับทุกความเห็น รวมถึงความเห็นที่เป็นภาษาไทยด้วยครับ ผมเชื่อว่าในปี 2554 จะเป็นปีที่สำคัญสำหรับคนเสื้อแดง โดยเราจะยืนหยัดต่อสู้และจะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมครับ

==

คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง

ได้ข่าวหนาหูว่าอีกไม่กี่วันนี้แกนนำจะได้รับการประกันตัว เป็นการได้ประกันตามสิทธิ์ที่ควรจะมี หรือครบกำหนดตามข้อตกลง หรือ ให้ประกันเพื่อเอาบุญคุณ หรือเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับกลุ่มอื่นที่ผิดข้อหาเดียวกัน แล้ววันเวลาที่เสียสูญเสียอิสระภาพไปฟรีๆ จะชดใช้กันอย่างไร คนสั่งให้ควบคุมตัวจะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าสู้คดีแล้วเขาไม่ผิดเพราะความจริงมันเปิดเผยออกมาเรื่อย ๆ

==

Red Zilla Zilla

ผ่านตึกอื้อจื่อเหลียง ยังเหมือนได้กลิ่นเลือดและเสียงปืน ในเมื่อคนเสื้อแดงอย่างเราไร้อาวุธ ไร้ห่าอะไรจะไปสู้กับพวกมัน มีแต่ปากไว้ด่า มีเน็ตไว้เขียนด่าพวกมัน การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ คือสิ่งที่ทำได้มากที่สุด ถ้าแค่คว่ำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซักยี่ห้อนึงให้เจ๊งไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไปเปลี่ยนผ่านโดยสันติ หรือ โดยใช้อาวุธ ใดๆเลย

 

 


 

 

 

Posted in Update Red News | 1 Comment

Internetfreedom: สันดานชั่วของชนชั้นกลางชาวกรุง "เป้ อารักษ์" แต่งเพลงยุให้ฆ่าแกนนำ ….ถึงเวลาแบนศิลปินฟาสซิสต์แลว

การแสดงออกถึงความเห็นแก่ตัว ใจแคบ มักง่าย นิยมการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง
ของชนชั้นกลางชาวกรุง

[Image: 166441_150505555000370_100001227789337_2...7810_n.jpg]

เห็นเป็นหนุ่มเนื้อหอมคิวทองแห่งปี ล่าสุดรับบทเป็นพระเอกภาพยนตร์น่ารักอย่าง "สุดเขต เสลดเป็ด" หนุ่มเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ หนุ่มมาดเซอร์ ไม่ น่าเชื่อว่ายังมีเวลามาผลิตผลงานอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก ที่ใช้ชื่อว่า "ออโต้อีโรติก" ซึ่ง มีเพลงวิจารณ์สิ่งรอบตัว รวมถึงสถานการณ์การเมืองอย่างถึงพริกถึงขิง

หนุ่มเป้ เปิดเผยว่า ในอัลบั้มนี้มีเพลงทั้งหมด 15 เพลง บางเพลงถูกเขียน ขึ้นมาระหว่างเกิดเหตุการณ์การปะทะระหว่าง 2 กลุ่มการเมือง ชื่อว่า "กระสุนปืน" ซึ่งเพลงนี้มีความเป็นจริง ภายหลังขับรถไปรับเพื่อนในซอยงามดูพลี ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางการปะทะ เพื่อนโทรมาบอกให้ไปรับหน่อย เพราะออกมาไม่ได้ ไม่มีอาหารทานแล้ว ตนก็ขับรถปิดไฟไปรับเองเลย พอไปถึงกลางซอยก็ได้ยินเสียงปืนดัง จึงเกิดเพลงนี้ขึ้นมา เหมือนเป็นการระบายความรู้สึกของเรา

อย่างไรก็ตาม นักร้องมาดเซอร์ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่ใช่เป็นคนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง แต่ในขณะนั้นเป็นช่วงประกาศการห้ามออกจากเคหสถาน(เคอร์ฟิว) จึงมีแต่ข่าวในโทรทัศน์ที่ดูได้

"ผมไม่ได้เป็นสีเหลือง หรือสีแดง ไม่ได้เป็นฝ่ายไหนทั้งนั้น แต่เพลงนี้ผมแต่งด้วยความ real (ความจริง) มันเกิดจากความรู้สึกว่า กระสุนปืนถูกยิงไปถูกคนปลายแถว มีแต่แพะ มีแต่เหยื่อที่ไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยแต่งเพลงระบายว่าทำไมไม่ใช้กระสุนปืนยิงพวกหัวแถวไปเลย ถ้ายิงแล้วมันจะได้จบ ด้วยอารมณ์โกรธในตอนนั้น" เป้ อารักษ์ กล่า

เป้ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า กระสุนปืนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เหมือนที่ "มหาตมา คานธี" ถูกลอบสังหาร ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่ได้สิ้นสุดลง นอกจากนี้ หนุ่มเป้ยอมรับว่า อัลบั้มนี้มีไว้สำหรับคนชั้นกลาง เพราะตัวเองเป็นชนชั้นกลาง เพื่อนก็เป็นชนชั้นกลาง ไม่ใช่ชั้นรากหญ้า

ที่มามติชน

Horriblethailand: คนเสื้อแดงเขาไม่ต้องคนเลวๆ ชนิดนี้หรอก อย่าหลงตัวเองมากนักเลย ไอ้ดาราไร้จุดยืน ถึงเวลาแบนมันอีกตัวแล้วพี่น้อง

อนึ่งเพิ่งนึกออก มันยุให้ฆ่าคนขนาดนี้มันควรจะโดนข้อหาพยายามฆ่านะ สามารถเอาผิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม กระจายข่าว พี่น้องเสื้อแดง ร่วมแรงร่วมใจ สั่งสอนไอ้คุณหนูกระหายเลือดหน่อย ไอ้เลือดสีน้ำเงิน  มันชั่วมาแบบเปิดเผยพวกเราก็ร่วมกันเกลียดมันแบบเปิดเผย ดีๆๆ

Posted in Horriblethailand....!!! | Tagged | 5 Comments

20-12-10 เสื้อแดงลอนดอน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งรำลึกครบรอบ 7 เดือน ราชประสงค์

อังกฤษเจอพายุหิมะ หลายท่านต้องยกเลิกการเดินทางมาร่วมงานเพราะขับรถไม่ได้ รถประจำทางไม่วิ่ง แต่ส่วนไหนที่มาได้ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ร่วมมากัน เชิญชมบรรยากาศ

คำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง ภาพพี่น้องเสื้อแดง วันที่ 19-12-10 มาด้วยใจ กับ มาด้วยเกณฑ์ นี่มันต่างกันเจงๆๆ

เสื้อแดงอังกฤษ มี meeting พรุ่งนี้นะคะ ………เจอกันค่าทุกท่าน…

ถึงเพื่อนๆ เสื้อแดงทุกท่าน พรุ่งนี้ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนก็ร่วมสำแดงพลังคนเสื้อแดง ไปร่วมงาน ครบรอบ 7 เดือน ราชประสงค์เลือด ไปรำลึกและแสดงความเคารพถึงวีระชนของพวกเรา และ ทวงถามความยุติธรรมให้กับวีระชน ส่วนเราจะไปร่วมงานที่ลอนดอนและจะกลับมาทยอยอัพเรื่องที่น่าสนใจเหมือนเดิม   ขอให้เพื่อนๆเสื้อแดงทุกท่านหลับฝันดี มีสุขภาพแข็งแรง….by Horriblethailand

หิมะ ตกหนัก เลยอัพเบาๆ ชิล จากFacebook: ข้อเถียงเรื่องกะสัตว์

Giles Ji Ungpakorn
ถ้าลูกชายนายภูมิพลไม่ได้รับความเคารพในสังคม (ดู WikiLeaks) ทำไมไม่นำลูกสาวขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทน? ถ้านายภูมิพลมีอำนาจจริง ทำไมเขาไม่ประกาศว่าลูกสาวจะเป็นกษัตริย์คนต่อไปก่อนตายอย่างที่อานันท์เสนอ? คำตอบคือ นายภูมิพลไม่กล้า และที่สำคัญกว่านั้นคือการนำลูกสาวขึ้นมาเป็นประมุข จะส่งสัญญาณอันตรายว่า ระบบกษัตริย์ไม่ได้อิงจารีตประเพณีอันเก่าแก่จริง ถ้าให้ผู้หญิงเป็นกษัตริย์ได้แทนผู้ชายที่ยังมีชีวิต มันจะทำลายนิยายของความเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ของกษัตริย์ ยิ่งกว่านั้นจะส่งสัญญาณว่าในระบบกษัตริย์ ถ้ากษัตริย์หรือเจ้าฟ้าชายไม่ดีหรือไม่เหมาะสม ก็เปลี่ยนคนได้อีกด้วย ถ้าเปลี่ยนคนได้ก็ยกเลิกไปเลยได้เหมือนกัน อย่าลืมว่ากษัตริย์มีบทบาทหลักในการเป็นลัทธิความคิดอนุรักษ์นิยมที่ใช้ครอบงำเรา มันไม่ใช่อำนาจดิบ ดังนั้นผลในทางความคิด ในการเป็นลัทธิที่อ้างประเพณีที่ฝืนไม่ได้ เป็นเรื่องใหญ่….และลูกสาวไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมีลูกด้วย
ความเห็นคนอื่นๆ: เราจะตัดชื่อเขาออก เอาแค่ตัว text มา นะพี่น้อง เราคิดว่ามันน่าสนใจเลยเอามาลงให้อ่านกัน
A: Thailand does not need fascist monarchy!
B: รอ ๑๑ เอ๋ย ลาบ๑๑ ไม่อร่อยแน่ จะใส่อะไรมาปรุงรส ต่ออีกหล่ะงั้น
Giles Ji Ungpakorn : ข้าวพัดพเรซิเด้นน่าจะอร่อย
C: comment ตอบกลับได้เยี่ยมค่ะและเข้าใจความหมายค่ะ A.Ji(*.*)
D: มันมีคนที่ทำให้ลูกชายเขาเป็นแบบนี้คือคนที่เป็นแม่ ลูกสาวเป็นแทนได้ยังไง สามีก็ไม้มีจะเอา ไครมาสืบต่อ สมัยก่อนก็เคย ตั้งพระเทพเป็น สยามมงกุดเหมือนกัน อยู่ช่วงหนึงแต่เกิดอะไรขึ้นไม้แน้ใจว่าคนอ่านข่าวผิดหรือ ตั้งใจอ่าน จำไม้ได้แล้วว่าเมือไร แต่คงเป็นช่วงที่แปรมเป็นนายกไหม่ๆๆ เปรมคงไม้พอใจ
E: Agree ka…He may not have any power now. However, if he has no power, people would only blame on the government body and he stands as the innocense
F: "If Mr. xxxxl's son is not respected in society (see WikiLeaks), why not bring her daughter up as a king instead? If Mr. xxxx has real power. Why did he not declare that her daughter will be the next king before his death? xxxx said the answer is fear"(debut de traduction de la note de Giles Ungpakorn
G: อีเปรมต่างหาก ที่มันคิดจะเป็นเจ้า แทน เพราะมันต้องการเป็นมากกว่า ประธานองคมนตรี
็H: ถ้าไม่ทำตามกฎมณเฑียรบาลที่ว่าด้วยอันดับของผู้สืบสันตติวงศ์ไทย ก็จะเป็นปัญหาอีก เพราะเดี๋ยวลูกหลานสกุลจักรพงษ์อาจลุกขึ้นมาทวงราชบัลลังค์คืนได้ มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นคือ คือคาๆกันไปอย่างนี้ หาวิธี ดูทิศทางลมไปเรื่อยๆก่อน ก็แหมมันก็เล่นยากงานนี้ ก็คนที่จะรับต่อก็ขาดคุณสมบัติที่เหมาะสม ส่วนคนที่น่าจะเหมาะก็ดันมีสถานะที่ไม่คล้องตามกฎมณเทียรบาลซะอีก เลยไม่รู้จะลงอีท่าไหนดี กลัว "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาๆไปกลายเป็นบ้องกัญชา" :)
I: ยกเลิกไปเสียก็หมดปัญหาการบริหารบ้านเมืองจะได้เป็นระบบไม่ตอ้งอาศัยบารมีมาทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้การนำของพวกจิตใจต่ำแต่ทำตัวสูง
Giles Ji Ungpakorn เปรมมันโคตรแก่เก้าสิบกว่า จะคิดเป็นกษัตริย์ทำหอกอะไรครับ ไม่ใช่ และไม่ใช่เรื่องสกุลจักรพงษ์ มันเป็นเรื่องการสร้างนิยายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันและประเพณีเท็จเรื่องการสืบทอด เพราะในอดีตจริงๆ พวกเจ้ามันฆ่ากันเองเพื่อเป็นใหญ่ มันไม่มีกฎอะไรศักดิ์สิทธิ์
๋J: อ ใจล์ เลิศที่สุด
Giles Ji Ungpakornไม่ต้องสร้างผมเป็นเทวดาครับ เมืองไทยมีเทวดามากเกินไปอยู่แล้ว
K:  อ ใจล์ไม่ใช่เทวดา แต่อาจารย์ใจคือหน่วยพิฆาตเทวดาครับ(พิฆาตโดยความรู้)
L: ไม่ต้องมีจะดีกว่า !!
M:  พูดถึงลูกหลานที่เป็นผู้ชายสายอื่นเท่าทราบก็อย่างมีสายยุคลอยู่ โดยหม่อมเจ้าคนที่อายุน้อยสุดจะอายุครบ 33 ปีในวันปีใหม่ที่จะถึงนี้
แต่นั้นก็ต้องทำการปฏิรูปอย่างจริงจังให้เป็นแบบสถาบันของสวีเดน,อังกฤษหรือญี่ปุ่นนี่

ไม่ยังงั้นเรื่องยุ่งๆ ก็ไม่จบสิ้นสักซะที โลกเราอยู่ด้วยความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องมีเทวดาอีกต่อไปแล้ว

N: ไม่สงสัยหรือคะว่า ทำมัยลูกของฟ้าชายตั้งหลายคนที่เป็นชาย แต่ทำมัยเลี้ยงเอาแต่ หญิง แล้วที่ตั้งลูกชายคนเล็ก เพราะนี้คือไข่ ของพ่อเขาหรือเปล่า ขนาดใกล้ตาย ยังไม่ยอมปล่อยวาง คิดว่าตนเองดีที่สุด เขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ลุกเขาได้ทำอะไร นอกจากให้คนอืนบอกแล้วสั่ง
O: